หลายคนสงสัย ! การให้ อาหารสายยาง เจ็บหรือไม่ ?เป็นคำถามที่บีบหัวใจผู้ดูแลและญาติมากที่สุดเลยครับ เพราะความกังวลเรื่อง "ความเจ็บ" มักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไข้หรือญาติปฏิเสธการใส่สายยาง ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือช่วยชีวิต
ผมขอแยกคำตอบออกเป็น 2 ช่วงความรู้สึก เพื่อให้คุณเห็นภาพความจริงแบบรอบด้านครับ
1. ช่วงวินาทีที่ "ใส่สาย" (The Procedure)
ทางจมูก (NG Tube): ยอมรับกันตามตรงครับว่า "เจ็บและทรมานในระดับหนึ่ง" ความรู้สึกจะคล้ายกับการสำลักน้ำรุนแรง หรือมีของแปลกปลอมสวนเข้าไปในคอ ผู้ป่วยจะรู้สึกอยากขย้อน ระคายเคืองตาและจมูก
ความเจ็บลดลงได้ด้วย: การใช้เจลหล่อลื่น (Xylocaine Jelly) ที่มีส่วนผสมของยาชา และการให้ผู้ป่วยช่วย "จิบน้ำและกลืน" ไปพร้อมจังหวะการสอดสาย ซึ่งจะช่วยให้สายผ่านลงไปได้นุ่มนวลขึ้นครับ
ทางหน้าท้อง (PEG): เจ็บน้อยกว่าที่คิดครับ เพราะเป็นการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้ ยาชาเฉพาะจุด ร่วมกับยานอนหลับชนิดอ่อน ผู้ป่วยจะแทบไม่รู้สึกตัวขณะทำ และจะรู้สึกเจ็บแผลคล้ายแผลผ่าตัดเล็กๆ ในช่วง 1-2 วันแรกเท่านั้น
2. ช่วงที่ "ใส่สายค้างไว้" (Living with the Tube)
เมื่อผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้ว ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปครับ:
ทางจมูก: จะเปลี่ยนจากความเจ็บเป็น "ความรำคาญ" ครับ ผู้ป่วยจะรู้สึกเคืองๆ ที่จมูกและคอเหมือนมีเสมหะติดอยู่ตลอดเวลา แต่ร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวจนชินไปเองภายใน 2-3 วัน
ทางหน้าท้อง: เมื่อแผลหายสนิท (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) ผู้ป่วยจะ "แทบไม่รู้สึกว่ามีสายอยู่" เลยครับ เป็นวิธีที่ให้ความสบายตัวสูงสุดในระยะยาว
ปัจจัยที่ทำให้ "เจ็บมากขึ้น" (สิ่งที่ต้องระวัง)
การดึงรั้ง: หากพลาสเตอร์ที่จมูกหลุด หรือไม่ได้เข็มกลัดยึดสายไว้กับเสื้อ สายจะดึงรั้งเนื้อเยื่อตลอดเวลา ทำให้เจ็บและเป็นแผลได้ครับ
สายแข็งตัว: สายยางที่ใส่นานเกินไปจะแข็งและกระด้าง ทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อภายในมากขึ้น
ปากและคอแห้ง: การไม่ได้เคี้ยวอาหารทำให้น้ำลายน้อยลง จนเกิดอาการเจ็บแสบในลำคอ
ตารางสรุปความรู้สึก
ประเภทสาย ระดับความเจ็บตอนใส่ ระดับความสบายขณะใส่ค้างไว้
ทางจมูก (NG) ⭐⭐⭐ (เจ็บ/ขย้อน) ⭐⭐ (รำคาญ/ระคายเคือง)
ทางหน้าท้อง (PEG) ⭐⭐ (เจ็บแผลผ่าตัดเล็ก) ⭐⭐⭐⭐⭐ (สบาย/ไม่รู้สึก)