ผู้เขียน หัวข้อ: การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)  (อ่าน 23 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1391
  • จำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมและสินค้าอุตสาหกรรม
    • ดูรายละเอียด
การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
« เมื่อ: วันที่ 19 มีนาคม 2025, 15:05:28 น. »
การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

การวินิจฉัยโรคความดันสูงไม่สามารถบ่งบอกได้จากอาการของผู้ป่วย แต่ต้องใช้การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นหลัก ในปัจจุบันผู้ป่วยสามารถตรวจด้วยตนเองที่บ้านหรือตรวจในสถานพยาบาลอื่น ๆ โดยเครื่องวัดความดันโลหิตที่นิยมใช้มักเป็นแบบดิจิทัล เพราะใช้งานง่ายและสะดวก

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพ อาการผิดปกติ โรคประจำตัวที่มีอยู่ และตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจวัดค่าความดันโลหิตของผู้ป่วย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ความดันสูงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนใดขึ้นหรือไม่

นอกจากนี้ แพทย์อาจจะตรวจด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนก่อนรักษาขั้นต่อไป เช่น การตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ การตรวจอัลตราซาวด์ไต การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography: ECG) หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography)

ค่าความดันโลหิตที่วัดได้จะแบ่งออกเป็น 2 ค่า โดยตัวแรก (หรือตัวบน) เรียกว่า ค่าความดันซิสโตลิก (Systolic) เป็นความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปในระบบไหลเวียนโลหิต และตัวที่สอง (หรือตัวล่าง) เรียกว่า ค่าความดันไดแอสโทลิก (Diastolic) เป็นค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจคลายตัว

การตรวจวัดค่าความดันโลหิตจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำหลายครั้งเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย โดยผู้ที่มีระดับความดันโลหิตสูง จะวัดค่าได้มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ตามเกณฑ์ในการจำแนกโรคความดันสูงในผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปดังนี้

    ระดับเหมาะสม วัดค่าได้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท
    ระดับปกติ วัดค่าได้ 120–129/80–84 มิลลิเมตรปรอท
    ระดับค่อนข้างสูง 130–139/85–89 มิลลิเมตรปรอท
    ระดับความดันโลหิตสูงระดับหนึ่ง 140–149/90–99 มิลลิเมตรปรอท
    ระดับความดันโลหิตสูงระดับสอง 160–179/100–109 มิลลิเมตรปรอท
    ระดับความดันโลหิตสูงระดับสาม มากกว่า 180/110 มิลลิเมตรปรอท


อาการของโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

โรคความดันสูงมักไม่แสดงความผิดปกติ แต่บางรายอาจมีอาการหลังจากเป็นมานานโดยไม่รู้ตัวจนเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว โดยอาจพบอาการปวดศีรษะในตอนเช้า เลือดกำเดาไหล หัวใจเต้นผิดปกติ การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรือได้ยินเสียงในหู

นอกจากนี้ หากมีความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ อาเจียน สับสน วิตกกังวล เจ็บหน้าอก และกล้ามเนือสั่น (Muscle Tremors)

ทั้งนี้ อาการที่บ่งบอกของโรคความดันสูงในระยะแรกยังไม่มีความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงเป็นเรื่องยากในการวิเคราะห์โรคจากอาการที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ป่วยหลายรายที่ไม่ได้ตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจสุขภาพประจำปีไม่ทราบว่าตนเองกำลังเป็นโรคความดันสูง