แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 13
16
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


17
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี

ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


18
คอร์สหมูฉ่ำนัว หมูคั่วสูตรลับ "จับเงินแสน" 💰
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้ทำเงินได้ง่าย! ด้วยสูตรลับ 10 ปี ที่หากินไม่ได้ตามท้องตลาด!
คุณเบื่อไหม? กับการทำอาหารยุ่งยาก เสียเวลา แต่ขายไม่ดี ไม่มีกำไร❌
มาเปลี่ยนวิธีคิดและการลงมือทำที่ง่ายๆเริ่มได้เลย!  ด้วยสูตรหมูคั่วที่ “ครูแมกซ์” คิดค้นและทำเงินมานานกว่า 10 ปี!

🔥 ทำไมคอร์สนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
✅ เครื่องปรุงน้อย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ไม่ต้องหมักข้ามคืน ประหยัดเวลา
✅ คลุกปุ๊บ! ทอดปั๊บ! ขายได้ทันที
✅ รสชาติเด็ด ยิ่งกินยิ่งนัว หากินยากตามท้องตลาด

💎 เทคนิคพิเศษที่คุณจะได้เรียนรู้:
👨‍🍳 วิธีเลือกเนื้อหมูคุณภาพ และหั่นให้นุ่ม ไม่เหนียว ไม่เคี้ยวยาก ไม่แห้งคอ
🍖 เทคนิคการคั่วหมูให้ได้สีคาราเมล ฉ่ำเยิ้ม น่ากิน ในเวลาเพียงนิดเดียว!
📦 กลเม็ดเลือก packaging ที่ช่วยอัพราคาขายได้ทันที!! แบบไม่เหนื่อยทำเพิ่ม

👑 เหมาะสำหรับคนที่:
มีเวลาน้อย แต่อยากมีรายได้เสริม
ไม่ชอบความยุ่งยาก อยากทำง่าย ขายคล่อง
ไม่เก่งทำอาหาร แต่อยากสร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
🔴 โอกาสการสร้างรายได้จากอาหารง่ายๆมาถึงแล้ว!
#แม้ทำอาหารไม่เป็นก็ทำขายได้
สมัครวันนี้ รับราคาพิเศษที่สุดทันที!!
จากปกติ 1,999 บาท เหลือเพียง 499 บาท เท่านั้น!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


19
การเปลี่ยนครัวของคุณให้เป็นธุรกิจเพื่อสร้างรายได้จากการขายอาหารจากที่บ้าน

ในโลกทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากกำลังมองหาวิธีสร้างสรรค์ในการหารายได้พิเศษโดยไม่ต้องออกจากบ้าน โอกาสดีๆ อย่างหนึ่งที่ผสมผสานความหลงใหลเข้ากับผลกำไรได้ก็คือการขายอาหารจากครัวของคุณเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อครัวแม่ครัวฝีมือดี ช่างทำขนมที่มีสูตรลับประจำครอบครัวหรือคนที่ชอบทดลองรสชาติใหม่ๆ การเริ่มต้นธุรกิจอาหารที่บ้านอาจเป็นเส้นทางที่คุ้มค่า

การขายอาหารจากครัวที่บ้านเพื่อสร้างรายได้เป็นแนวคิดที่ดีและสามารถทำได้จริงในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบและหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

รูปแบบการขายอาหารจากครัวที่บ้าน:
เดลิเวอรี่ (Delivery) หรือ Ghost Kitchen: เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมาก โดยจะเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์และบริการจัดส่ง ไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้านั่งทาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ครัวจำกัดและต้องการลดต้นทุน
ขายอาหารตามสั่ง/ทำตามออเดอร์: รับทำอาหารตามที่ลูกค้าสั่ง อาจเป็นเมนูประจำหรือเมนูพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะการทำอาหารหลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนเมนูได้ตามความต้องการของลูกค้า
ทำอาหารกล่อง/อาหารชุด: เตรียมอาหารเป็นชุดๆ แล้วนำไปขายตามออฟฟิศ ตลาด หรือส่งให้ลูกค้าประจำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการจัดการและควบคุมปริมาณ
จัดเลี้ยงขนาดเล็ก: รับจัดเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ขนาดเล็กที่บ้าน หรือนำอาหารไปส่งตามสถานที่จัดงาน
สอนทำอาหารออนไลน์: หากมีความเชี่ยวชาญในการทำอาหาร ก็สามารถเปิดคอร์สสอนทำอาหารออนไลน์ได้

เมนูอาหารที่น่าสนใจสำหรับขายจากครัวที่บ้าน:
อาหารยอดนิยม: ข้าวผัด, ผัดกะเพรา, ข้าวหมูแดง/หมูกรอบ, ส้มตำ, ไก่ทอด, ลูกชิ้นทอด/ปิ้ง, ข้าวเหนียวหมูปิ้ง
อาหารเช้า: ข้าวเหนียวหมูทอด, แซนวิช, ข้าวไข่เจียว/ไข่ดาว, โจ๊ก, ข้าวต้ม
ของหวาน/เบเกอรี่: เค้ก, คุกกี้, บราวนี่, ขนมไทยต่างๆ (เช่น ขนมกล้วย, ข้าวเหนียวสังขยา), โมจิ, ขนมปังปิ้ง
เครื่องดื่ม: น้ำสมุนไพร, ชา, กาแฟ, น้ำผลไม้
อาหารตามเทศกาล: ขนมและอาหารพิเศษในช่วงเทศกาลต่างๆ
ขั้นตอนและสิ่งที่ควรพิจารณา:

วางแผนธุรกิจเบื้องต้น:
กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ใครคือลูกค้าของคุณ? (เช่น คนในหมู่บ้าน, พนักงานออฟฟิศ, นักเรียนนักศึกษา)
เลือกเมนูอาหาร: เลือกเมนูที่คุณถนัด ทำอร่อย และมีต้นทุนที่เหมาะสม
กำหนดราคา: คำนวณต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง (ถ้ามี) ค่าแพ็กเกจ และตั้งราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและได้กำไร
ช่องทางการขาย: จะขายผ่านช่องทางใดบ้าง? (เช่น แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่, โซเชียลมีเดีย, บอกต่อ, ตลาดนัด)
การตลาดและโปรโมชั่น: จะโปรโมทร้านอย่างไรให้ลูกค้ารู้จัก?

เตรียมครัวและอุปกรณ์:
ตรวจสอบอุปกรณ์ครัวที่มีอยู่ให้พร้อมใช้งาน
จัดเตรียมภาชนะบรรจุอาหารที่สะอาดและเหมาะสม
หากจำเป็น อาจต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม

ควบคุมคุณภาพและรสชาติ:
เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และมีคุณภาพ
รักษามาตรฐานรสชาติอาหารให้คงที่
ให้ความสำคัญกับความสะอาดและถูกสุขลักษณะในการปรุงอาหาร

การบรรจุภัณฑ์:
เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับประเภทอาหาร ป้องกันการหกเลอะเทอะ และรักษาความอร่อย
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจและสร้างความประทับใจ

ช่องทางการขายและการจัดส่ง:
ออนไลน์: สร้างเพจบนโซเชียลมีเดีย, ลงทะเบียนกับแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต่างๆ
ออฟไลน์: บอกต่อคนรู้จัก, ฝากขายตามร้านค้า, ขายในตลาดนัด (หากสะดวก)
การจัดส่ง: จัดส่งเอง หรือใช้บริการของบริษัทขนส่ง

กฎหมายและข้อกำหนด:
สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร: ตรวจสอบกฎกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 เกี่ยวกับความสะอาด พื้น ผนัง เพดาน การระบายอากาศ และแสงสว่าง
ใบอนุญาต: ตรวจสอบว่าจำเป็นต้องมีใบอนุญาตผลิตอาหารหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของการขาย (เบื้องต้นอาจยังไม่ต้องมี แต่หากขยายกิจการควรศึกษาเพิ่มเติม)
ภาษี: หากมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี อาจต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อดีของการขายอาหารจากครัวที่บ้าน:
ประหยัดต้นทุน: ลดค่าเช่าร้าน ค่าตกแต่ง
ความยืดหยุ่น: สามารถกำหนดเวลาทำงานและเมนูได้เอง
เข้าถึงง่าย: เริ่มต้นได้ง่ายด้วยทรัพยากรที่มีอยู่
ปรับเปลี่ยนง่าย: สามารถทดลองเมนูใหม่ๆ และปรับปรุงตามความต้องการของลูกค้าได้ง่าย

ข้อควรระวัง:
การจัดการเวลา: ต้องบริหารจัดการเวลาในการเตรียมอาหาร การขาย และการจัดส่งให้ดี
การแข่งขัน: ตลาดอาหารมีการแข่งขันสูง ต้องสร้างความแตกต่างและรักษาคุณภาพ
ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต: ครัวที่บ้านอาจมีพื้นที่และอุปกรณ์จำกัด ทำให้ผลิตได้ไม่มากนัก
กฎหมายและข้อกำหนด: ควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การขายอาหารจากครัวที่บ้านเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้เสริมหรือเป็นอาชีพหลักได้ หากมีการวางแผนที่ดี มีความตั้งใจ และใส่ใจในคุณภาพและบริการ

การเริ่มธุรกิจอาหารที่บ้านไม่ใช่แค่การขายอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการแบ่งปันความหลงใหลและสร้างสรรค์สิ่งที่มีความหมายอีกด้วย ด้วยความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณผู้ประกอบการเพียงเล็กน้อย ครัวของคุณก็สามารถกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจที่เจริญรุ่งเรืองได้ ดังนั้น หยิบผ้ากันเปื้อนของคุณขึ้นมาแล้วเริ่มทำอาหารเพื่อความสำเร็จได้เลย

20
การจัดฟันเด็ก ช่วยแก้ไขปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ได้

ในปัจจุบันนี้ ถือว่าวงการทันตกรรมของเรามีการพัฒนาขึ้นมาก ด้วยมีการนำนวัตกรรมเช้ามาใช้ในการรักษา ทำให้คนมักหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในสมัยนี้เด็กในวัยประถมก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำเด็กๆ อายุต่ำว่า 10 ปี มาตรวจกับทันตแพทย์จัดฟันได้เลย

โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่น หรือไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้น ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ ยิ่งถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองพบปัญหาการสบฟันที่ก็ควรพาเด็กเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟันในเด็ก นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อย เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การสบฟันที่ผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการดูดนิ้ว การดูดขวดนม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของเด็กในวัยนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญ เพราะการที่ลูกมีฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย และรุนแรงไปจนถึงการสูญเสียฟันก่อนเวลาอันควร ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เพราะถ้าหากบุตรหลานของท่านยังมีฟันแท้ขึ้นไม่ครบ ก็ควรรีบเข้ารับการแก้ไข

เพราะอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ฟันน้ำนมหลุดก่อนวัยอันควร เนื่องจากจะทำให้เด็กอาจมีปัญหาฟันฝัง ฟันขึ้นเองไม่ได้ตามธรรมชาติ มีทั้งฟันหน้า ฟันเขี้ยว หากปล่อยไว้ไม่รักษา เด็กอาจไม่มีฟันธรรมชาติใช้งาน หากฟันหน้าหาย ก็จะกลายเป็นคนฟันหลอ มีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพได้

สำหรับวันนี้ทางคลินิกของเรามาจะพูดถึงการจัดฟันในเด็กที่ช่วยแก้ไขปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ได้ เพราะส่งผลเสียต่อเด็กได้ในอนาคต ก่อนอื่น พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรทำความเข้าใจในเรื่องของฟันน้ำนมของลูกก่อนว่า จริงๆแล้ว ฟันน้ำนมของลูกนั้น มีความสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้

ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่า ฟันน้ำนมของลูกไม่มีความสำคัญเพราะคิดว่า เดี๋ยวฟันแท้ก็ขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่า เป็นความเข้าใจที่ผิด และส่งผลร้ายแรงต่อฟันของเด็กได้ เพราะถ้าฟันน้ำนมผุและหลุดก่อนเวลา อาจจะส่งผลทำให้ฐานฟันแท้ที่กำลังจะสร้างเสร็จล้มเหลวลงได้ และเป็นสาเหตุทำให้ฟันแท้ไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ก็มีความผิดปกติได้

ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน อาจช่วยแก้ไขอาการฟันแท้หาย เนื่องจากฟันฝัง ด้วยการผ่าตัดเล็ก แล้วติดเครื่องมือลงบนฟันฝัง จากนั้นจึงค่อยๆ ให้แรง เพื่อดึงฟันฝังให้โผล่ขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสมได้นั่นเอง ซึ่ง ความผิดปกตินี้ ถ้าหากตรวจพบได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสแก้ไขได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากทันตแพทย์ทำการตรวจและพบว่า  เด็กมีอาการฟันหาย ก็ควรเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาทันที

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟัน และมีประสบการณ์อย่างยาวนานด้านทันตกรรมทุกรูปแบบ เรียกได้ว่ามาที่เดียวจบทุกบริการเลยทีเดียว เพราะเราใส่ใจในเรื่องของช่องปากและฟัน อยากให้เด็กได้มีฟันที่สวยงาม เพื่อรอยยิ้มที่สดใส สมวัย และเพื่อเสริมสร้างในเรื่องของพัฒนาการของลูกน้อย เพื่อที่จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

21
ทำความรู้จักกับสายยางให้อาหารสายยางผ่านทางหน้าท้อง

การทำความรู้จักและเปิดใจให้กับ "สายยางให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า PEG (Percutaneous Endoscopic Gastrostomy) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการบริบาลผู้ป่วยระยะยาวเลยค่ะ เพราะในทางพยาบาลศาสตร์และนวัตกรรมทางการแพทย์ สายยางหน้าท้องคือสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ กู้คืนสุขอนามัย ยกระดับคุณภาพชีวิต (Quality of Life) และมอบความสุขสบายกาย ให้กับผู้ป่วยได้อย่างก้าวกระโดดแบบเวลาจริง (Real−time) ตามหลัก Human Wellness ค่ะ

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสายยางหน้าท้องแบบเจาะลึกสไตล์มินิมอล (Minimalist) ที่เข้าใจง่ายและถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์กันค๊า!

ท้องเรารู้จักกัน: สายยางหน้าท้อง (PEG) คืออะไร?

สายยางให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง คือ การที่แพทย์ใช้วิธี ส่องกล้อง (Endoscope) ผ่านทางช่องปากลงไปในกระเพาะอาหาร เพื่อหาพิกัดตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด จากนั้นจะทำการเจาะเปิดช่องเล็ก ๆ ขนาดมิลลิเมตรบนผนังหน้าท้อง แล้วฝังสายยางซิลิโคนเกรดพรีเมียมตรงเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง โดยที่ปลายสายด้านในกระเพาะจะมีแป้นซิลิโคนหรือบอลลูนคอยล็อกไว้ไม่ให้สายหลุด และมีแป้นล็อกด้านนอกแนบสนิทกับผิวหนังหน้าท้องอย่างเนี้ยบตาค่ะ

🎯 ใครบ้างที่เหมาะสมกับสเปกสายหน้าท้อง?

สายยางหน้าท้องถูกคอนฟิกมาเพื่อตอบโจทย์ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับอาหารทางสายยางระยะยาว (เกิน 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป หรือตลอดชีวิต) โดยที่ระบบกระเพาะและลำไส้ยังย่อยได้ดีเยี่ยม เช่น:

ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระยะรุนแรง (Severe Alzheimer ′ s) ที่สูญเสียกลไกสั่งการการกลืนถาวร

ผู้ป่วยอัมพาต นอนติดเตียงระยะยาว หรือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)

ผู้ป่วยมะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือหลอดอาหาร ที่ประตูนำเข้าอาหารส่วนบนตีบตันปราบเซียนค๊า

✨ 4 จุดเด่นไอคอนิก: ทำไมสายหน้าท้องจึงดีต่อใจผู้ป่วยและผู้ดูแล?

1. คืนความโล่งสบาย ล็อกความสุขร้อยเปอร์เซ็นต์
ขจัดความทุกข์ทรมานจากการมีท่อพาดรูจมูกและคอหอยตลอด 24 ชั่วโมงของสายยางทางจมูก (NG Tube) ออกไปเกลี้ยงค่ะ ผู้ป่วยจะไม่เจ็บคอ ไม่คันจมูก ไม่มีเสมหะข้นเหนียวมากวนใจ สามารถกลืนน้ำลาย ไอ จาม หรือบ้วนปากได้อย่างอิสระสบายตัวเนียนตา


2. เสริมสร้างสุขภาพจิตใต้ร่มผ้า
สายยางหน้าท้องจะมีความยาวพอเหมาะและสามารถซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าได้อย่างเนี้ยบตา ไม่เกะกะใบหน้า เวลาที่ครอบครัว (Family) พาผู้ป่วยออกไปนั่งรถเข็นรับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอก ผู้ป่วยจะรู้สึกมั่นใจ ไม่เคอะเขิน ดร็อปความเครียดสะสมและภาวะซึมเศร้าลงได้อย่างวิเศษค่ะ


3. ท่อกว้าง สไลด์อาหารง่าย ปิดตายปัญหาสายอุดตัน
เนื่องจากท่อมีขนาดสั้นและกว้างกว่าสายยางทางจมูกอย่างชัดเจน ช่วยให้คุณแม่สามารถเดินสายอาหารปั่นผสมเองธรรมชาติ (Blenderized Diet) หรืออาหารสำเร็จรูปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ของเหลวเลื่อนไหลช้า ๆ ตามแรงโน้มถ่วง (Gravity Flow) ได้ฉลุย บล็อกปัญหากากใยหนาเตอะเข้าไปเกาะตัวจนสายอุดตันชวนหัวจะปวดค่ะ


4. หลุดยากและมีอายุการใช้งานยาวนาน
ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์จากการที่ผู้ป่วยเผลอเอามือไปเกี่ยวหลุดยามสับสน และหากผู้ดูแลคุมสเปกความสะอาดได้ดีเยี่ยม สายหน้าท้องจะมีอายุยาวนานถึง 6 เดือนถึง 1 ปีเต็ม จึงจะไปเปลี่ยนสักครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาล (ไม่ต้องเจ็บตัวสอดสายใหม่ทุก ๆ 2-4 สัปดาห์เหมือนสายจมูกค๊า)

🛠️ คู่มือบริบาลและกฎเหล็กเซฟตี้สายหน้าท้องสำหรับมือใหม่

[ทำความสะอาดแผลทุกวัน] ➡️ [หมุนสาย 360 องศา] ➡️ [ปรับศีรษะสูง 30-45 องศายามให้อาหาร]

ด่านที่ 1: การดูแลแผลและแป้นหน้าท้อง
ผู้ดูแลต้องล้างมือให้สะอาดเกลี้ยงตามแนวคิด Minimal Waste ของเชื้อโรค ใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดผิวหนังรอบแผลและใต้แป้นล็อกทุกวัน จากนั้นซับให้แห้งสนิทเพื่อบล็อกเชื้อรา ทริกปราบเซียนคือ "ต้องคอยจับสายยางหมุนรอบตัวเอง 360 องศาวันละ 1 รอบเบา ๆ" เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อหรือพังผืดโตมาเกาะติดแน่นกับแป้นสายยางค๊า

ด่านที่ 2: สถาปัตยกรรมท่าทางศีรษะสูง
แม้ปลายสายจะอยู่ตรงหน้าท้อง แต่อย่าปล่อยเบลอนะคะ! "ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังให้อาหารเสร็จต่อเนื่องไปอีก 1 ชั่วโมง ต้องปรับระดับเตียงให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูง 30–45 องศาเสมอ" ห้ามจับนอนราบเด็ดขาด เพื่อปล่อยให้อาหารเหลวซึมสไลด์ลงสู่ลำไส้จนหมดเกลี้ยง บล็อกไม่ให้แรงดันในท้องดันอาหารย้อนศรขึ้นมาทางหลอดอาหารจนสำลักลงปอดอันตรายวิกฤตชวนใจหายที่สุดค๊า

ด่านที่ 3: ล้างไล่สายปิดวงจร (Flush Water)
เมื่ออาหารใกล้งวดหมดตรงปลายกระบอกไซริงค์ (Syringe) ให้รีบเทน้ำสะอาดประมาณ 30–50 ซีซี ตามลงไปทันที เพื่อล้างคราบอาหารเหนียวหนืดในท่อให้สะอาดเนียนตา บล็อกไม่ให้อาหารบูดเน่าตกค้างแฝงตัวเงียบ ๆ ค๊า

22
สตูว์ไก่ Chicken Stew อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน สตูว์ไก่ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 130 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล

ช่องทางการสั่งซื้อ

เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


23
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที
*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด  : https://shopee.co.th/dseelin_official


24
แนวโน้มในการบริหารจัดการอาคาร การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เทรนด์และ แนวโน้มในการบริหารจัดการอาคาร (Facility Management Trends) กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญค่ะ จากเดิมที่เคยเน้นแค่เรื่อง "ความเนี้ยบ ความสะอาด และความคุ้มทุน" แต่ในปัจจุบันและอนาคต แกนหลักในการขับเคลื่อนได้หมุนตามโลกเข้าสู่ยุค "การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) และความฉลาดล้ำด้วยเทคโนโลยี" อย่างเต็มรูปแบบค่ะ

อาคารยุคใหม่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยกำลังปรับตัวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) และยกระดับสุขอนามัยของผู้ใช้งาน 5 แนวโน้มสำคัญที่จะมาพลิกโฉมการบริหารจัดการอาคารเพื่อความยั่งยืน ค่ะ!

📈 5 เทรนด์มาแรง: บริหารอาคารยุคใหม่ มุ่งสู่ความยั่งยืน

1. การก้าวสู่ "อาคารอัจฉริยะคาร์บอนต่ำ" (Smart & Low-Carbon Buildings)

การบริหารพลังงานไฟฟ้าคือโจทย์ใหญ่ที่สุด เพราะอาคารพาณิชย์และคอนโดมิเนียมคือตัวการปล่อยก๊าซคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ปริมาณมหาศาลจากระบบปรับอากาศและแสงสว่าง

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง: มีการนำระบบ BMS (Building Management System) ควบรวมกับเทคโนโลยี IoT และ AI เข้ามาคุมอาคารแบบ Real−time ระบบจะปรับอุณหภูมิแอร์หรือหรี่ไฟลงอัตโนมัติในจุดที่ไม่มีคนอยู่ ช่วยบล็อกพลังงานส่วนเกิน และคุมอุณหภูมิให้คงที่ประหยัดไฟสูงสุด

พลังงานสะอาด: การเทรนด์ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้า (Solar Rooftop) ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อดึงแดดธรรมชาติ (Natural Light) มาแปรสภาพเป็นไฟหลักใช้งานในอาคารช่วงกลางวันค่ะ


2. สุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในอาคาร (Human Wellness & Healthy Air)

ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการประหยัดพลังงานเพื่อโลกอย่างเดียวค่ะ แต่ต้อง "ยั่งยืนต่อสุขภาพของมนุษย์" ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอาคารวันละหลายชั่วโมงด้วย (สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอย่าง WELL Building Standard)

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง: เปลี่ยนจากการล้างแอร์ตามรอบธรรมดา มาเป็นการวางระบบกรองอากาศอัจฉริยะที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไรฝุ่น และเชื้อโรคได้อย่างแม่นยำ พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO 2) หากในห้องเริ่มอึดอัด อากาศนิ่งเกินไป ระบบจะดึงอากาศถ่ายเทธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนทันที เพื่อลดกลิ่นอับและปกป้องระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้งานค่ะ


3. แนวคิดขยะเหลือศูนย์และการประหยัดหมุนเวียน (Zero Waste & Circular Economy)

หมดยุคของการขนขยะในอาคารไปเทรวมกันที่บ่อขยะแล้วค่ะ นิติบุคคลและผู้บริหารอาคารยุคใหม่ต้องหันมาจัดการขยะอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นทาง

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง: การออกแบบพื้นที่ทิ้งขยะแยกประเภทอย่างชัดเจนสไตล์มินิมอล (Minimalist) มีการนำเครื่องย่อยเศษอาหาร (Food Waste Composter) มาเปลี่ยนขยะจากศูนย์อาหารหรือห้องครัวให้กลายเป็นปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้บำรุงต้นไม้ในโครงการทันที ช่วยลดปัญหากลิ่นอับชวนเวียนหัว และลดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ ตามแนวคิด Minimal Waste


4. การเปลี่ยนผ่านสู่ "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twin) และซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์

เทคโนโลยีนี้เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานของทีมวิศวกรและช่างเทคนิคอาคาร (Hard Services) ไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง: การสร้างแบบจำลองอาคาร 3 มิติเสมือนจริง หรือ Digital Twin ควบคู่ไปกับอาคารจริง เพื่อให้ AI คอยมอนิเตอร์และใช้เทคนิค ซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) * ตัวอย่างทุ่นแรง: เซนเซอร์จะคอยตรวจจับความร้อนแฝงหรือแรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์ลิฟต์หรือปั๊มน้ำหลัก หากเริ่มทำงานผิดปกติจากค่ามาตรฐาน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนช่างทันที ทำให้สามารถเข้าเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นเล็กได้ก่อนที่เครื่องจักรตัวใหญ่จะไหม้พังคามือ ช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ในอาคารยาวนาน ไม่ต้องทิ้งเปลี่ยนเครื่องใหม่บ่อยๆ ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรโลกค่ะ


5. การรีโนเวทอาคารเก่าให้เขียวขึ้น (Green Retrofitting)

เนื่องจากการทุบตึกเก่าเพื่อสร้างตึกใหม่สร้างมลพิษและขยะจากการก่อสร้างมหาศาล เทรนด์โลกตอนนี้จึงเน้นไปที่การปรับปรุงตึกเดิมที่มีอยู่แล้วให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง: เช่น การเปลี่ยนมาใช้หลังคาแผ่นเหล็กเมทัลชีท (Metal Sheet) รุ่นติดฉนวนกันความร้อนหนา เพื่อช่วยสะท้อนความร้อนและบล็อกเสียงฝน, การเปลี่ยนกระจกหน้าต่างเป็นกระจกสองชั้นแบบ Low−E เพื่อกันรังสี UV และความร้อนภายนอกไม่ให้ทะลวงเข้าตึก ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก แอร์เย็นฉ่ำเร็วขึ้น และเซฟเงินค่าไฟไปได้มหาศาลค่ะ


📊 สรุปความคุ้มค่าของการบริหารอาคารอย่างยั่งยืน

ด้านการจัดการ   วิธีการในอดีต (Traditional)       เทรนด์ความยั่งยืนในอนาคต (Sustainable)    ผลลัพธ์ที่ได้

การใช้พลังงาน   เปิดไฟ-เปิดแอร์ตามเวลา คุมด้วยมือ  ใช้ระบบ IoT, AI & Solar Cell คุมอัตโนมัติ       ค่าไฟลดลง 20-40% ⚡
การซ่อมบำรุง   พังแล้วค่อยซ่อม หรือซ่อมตามรอบ   ซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive)   ยืดอายุเครื่องจักร ลดขยะอุปกรณ์
การจัดการขยะ   ขนไปเทรวม แหล่งสะสมเชื้อโรค   คัดแยก ทำปุ๋ยหมุนเวียน (Zero Waste)   ลดกลิ่นอับ สะอาด น่าอยู่

25
กลยุทธ์อันชาญฉลาดในการบริหารร้านอาหารสร้างอาชีพและเพิ่มผลกำไรช่วยให้คุณโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

การบริหารร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเสิร์ฟอาหารรสเลิศเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงผลกำไร ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟขนาดเล็ก ร้านอาหารขนาดกลางหรือร้านอาหารหรู กลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเพิ่มรายได้สูงสุดได้

กลยุทธ์การจัดการร้านอาหารเพื่อเพิ่มกำไรมีหลายวิธีที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยหลักการสำคัญคือการบริหารจัดการทั้งในส่วนของ รายได้ และ ค่าใช้จ่าย ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในบทความนี้ เราจะสำรวจกลยุทธ์การจัดการร้านอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วซึ่งสามารถช่วยเพิ่มผลกำไรได้ในขณะที่ยังคงรักษาความพึงพอใจของลูกค้าให้อยู่ในระดับสูง

1. มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและการจัดการสินค้าคงคลัง
หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มผลกำไรของร้านอาหารคือการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงต้นทุนอาหาร ต้นทุนแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

เคล็ดลับเพื่อการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น:
ใช้ระบบการจัดการสต๊อกแบบดิจิทัลเพื่อติดตามการใช้ส่วนผสมและลดของเสีย
ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในพื้นที่เพื่อจัดหาวัตถุดิบสดใหม่ในราคาที่แข่งขันได้
ตรวจสอบขนาดส่วนอาหารเพื่อให้แน่ใจว่ามีความสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการเสิร์ฟมากเกินไป
ตรวจสอบเมนูของคุณเป็นประจำเพื่อลบรายการขายไม่ดีออกไปและเน้นที่เมนูที่มีกำไร

2. เพิ่มประสิทธิภาพเมนูของคุณเพื่อให้มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น
เมนูของคุณเป็นเครื่องมือสร้างกำไรที่ทรงพลัง เมนูที่ออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงแต่ดึงดูดลูกค้าเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้พวกเขาเลือกเมนูที่มีกำไรสูงอีกด้วย

กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพเมนู:
เน้นเมนูที่ทำกำไรที่สุดของคุณด้วยคำอธิบายและภาพถ่ายที่น่าดึงดูดใจ
ใช้ เทคนิค วิศวกรรมเมนูเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการขายและปรับราคา
เสนอชุดอาหารหรือตัวเลือกการขายเพิ่มเพื่อเพิ่มขนาดเช็คเฉลี่ย
รวมรายการตามฤดูกาลเพื่อสร้างความตื่นเต้นและลดต้นทุนส่วนผสม

3. มอบบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ
การบริการลูกค้าที่โดดเด่นสามารถนำไปสู่การเยี่ยมชมซ้ำ บทวิจารณ์เชิงบวก และการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มรายได้ได้

วิธีการปรับปรุงการบริการ:
ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับทักษะการต้อนรับ การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหา
ส่งเสริมการบริการที่เป็นส่วนตัว เช่น การจดจำความต้องการของลูกค้าประจำ
ดำเนินการระบบการตอบรับเพื่อแก้ไขข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

4. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานและลดต้นทุนพร้อมทั้งเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้า

เครื่องมือที่แนะนำ:
ระบบ POS (Point of Sale) สำหรับการติดตามการขายและสต๊อกสินค้า
แพลตฟอร์มการจองและสั่งซื้อออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย
ซอฟต์แวร์จัดการโต๊ะเพื่อลดเวลาในการรอและเพิ่มประสิทธิภาพการนั่ง
โปรแกรมความภักดีทางดิจิทัลเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

5. ทำการตลาดร้านอาหารของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้แต่ร้านอาหารที่ดีที่สุดก็ยังต้องมีการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ

ไอเดียการตลาด:
รักษาโปรไฟล์โซเชียลมีเดียที่ใช้งานอยู่เพื่อแสดงอาหาร โปรโมชั่น และเนื้อหาเบื้องหลังของคุณ
ร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหรือบล็อกเกอร์ด้านอาหารเพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
นำเสนอโปรโมชั่นหรือส่วนลดจำกัดเวลาในช่วงนอกชั่วโมงเร่งด่วน
ใช้ Google My Business เพื่อปรับปรุงการมองเห็นการค้นหาในพื้นที่

6. ควบคุมต้นทุนแรงงานโดยไม่เสียสละคุณภาพ
แรงงานเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมร้านอาหาร การจัดตารางเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนและคุณภาพการบริการได้

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด:
จัดตารางพนักงานตามการคาดการณ์ยอดขายและข้อมูลในอดีต
ฝึกอบรมพนักงานข้ามสายงานเพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการหลายบทบาทได้
ใช้พนักงานพาร์ทไทม์หรือตามฤดูกาลในช่วงเวลาเร่งด่วน

7. สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์
ความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์สามารถนำไปสู่การกำหนดราคาที่ดีกว่า การบริการที่มีความสำคัญ และส่วนผสมที่มีคุณภาพสูงขึ้น
วิธีการเสริมสร้างความร่วมมือ:
เจรจาส่วนลดตามปริมาณ
สื่อสารเป็นประจำเกี่ยวกับความพร้อมจำหน่ายตามฤดูกาล
ให้สม่ำเสมอต่อการชำระเงินและการสั่งซื้อ

8. ติดตามและวิเคราะห์ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI)
การตัดสินใจโดยอิงตามข้อมูลสามารถปรับปรุงผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ
KPI ที่สำคัญที่ต้องติดตาม:
เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร
เปอร์เซ็นต์ต้นทุนแรงงาน
ขนาดเช็คเฉลี่ย
อัตราการหมุนเวียนโต๊ะ
คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
การติดตามเมตริกเหล่านี้จะช่วยให้คุณระบุพื้นที่ที่มีปัญหาและปรับเปลี่ยนตามข้อมูลได้

กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย (Marketing and Promotions)
สร้างโปรโมชันที่คุ้มค่า: จัดโปรโมชันแบบจำกัดเวลา (เช่น ซื้อ 1 แถม 1) หรือจัดเซตเมนูที่คุ้มค่าเพื่อดึงดูดลูกค้า
ใช้ช่องทางออนไลน์: สร้างเพจ Facebook, Instagram, หรือ TikTok เพื่อโปรโมตร้านและเมนูต่าง ๆ รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า: ใช้ระบบสะสมแต้ม หรือมอบส่วนลดพิเศษในวันเกิดเพื่อสร้างความภักดีของลูกค้า

การบริหารร้านอาหารให้ทำกำไรสูงสุดนั้นต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการควบคุมต้นทุน การปรับปรุงเมนู ความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า การตลาดที่ชาญฉลาด และการนำเทคโนโลยีมาใช้ การนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มผลกำไร แต่ยังสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีและกลับมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกด้วย

จำไว้ว่าความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหารขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ความสามารถในการปรับตัว และความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมทุกครั้ง

26
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  : https://shopee.co.th/dseelin_official


27
หลายคนสงสัย ! การให้ อาหารสายยาง เจ็บหรือไม่ ?

เป็นคำถามที่บีบหัวใจผู้ดูแลและญาติมากที่สุดเลยครับ เพราะความกังวลเรื่อง "ความเจ็บ" มักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไข้หรือญาติปฏิเสธการใส่สายยาง ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือช่วยชีวิต

ผมขอแยกคำตอบออกเป็น 2 ช่วงความรู้สึก เพื่อให้คุณเห็นภาพความจริงแบบรอบด้านครับ

1. ช่วงวินาทีที่ "ใส่สาย" (The Procedure)
ทางจมูก (NG Tube): ยอมรับกันตามตรงครับว่า "เจ็บและทรมานในระดับหนึ่ง" ความรู้สึกจะคล้ายกับการสำลักน้ำรุนแรง หรือมีของแปลกปลอมสวนเข้าไปในคอ ผู้ป่วยจะรู้สึกอยากขย้อน ระคายเคืองตาและจมูก

ความเจ็บลดลงได้ด้วย: การใช้เจลหล่อลื่น (Xylocaine Jelly) ที่มีส่วนผสมของยาชา และการให้ผู้ป่วยช่วย "จิบน้ำและกลืน" ไปพร้อมจังหวะการสอดสาย ซึ่งจะช่วยให้สายผ่านลงไปได้นุ่มนวลขึ้นครับ

ทางหน้าท้อง (PEG): เจ็บน้อยกว่าที่คิดครับ เพราะเป็นการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้ ยาชาเฉพาะจุด ร่วมกับยานอนหลับชนิดอ่อน ผู้ป่วยจะแทบไม่รู้สึกตัวขณะทำ และจะรู้สึกเจ็บแผลคล้ายแผลผ่าตัดเล็กๆ ในช่วง 1-2 วันแรกเท่านั้น


2. ช่วงที่ "ใส่สายค้างไว้" (Living with the Tube)

เมื่อผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้ว ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปครับ:

ทางจมูก: จะเปลี่ยนจากความเจ็บเป็น "ความรำคาญ" ครับ ผู้ป่วยจะรู้สึกเคืองๆ ที่จมูกและคอเหมือนมีเสมหะติดอยู่ตลอดเวลา แต่ร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวจนชินไปเองภายใน 2-3 วัน

ทางหน้าท้อง: เมื่อแผลหายสนิท (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) ผู้ป่วยจะ "แทบไม่รู้สึกว่ามีสายอยู่" เลยครับ เป็นวิธีที่ให้ความสบายตัวสูงสุดในระยะยาว

ปัจจัยที่ทำให้ "เจ็บมากขึ้น" (สิ่งที่ต้องระวัง)
การดึงรั้ง: หากพลาสเตอร์ที่จมูกหลุด หรือไม่ได้เข็มกลัดยึดสายไว้กับเสื้อ สายจะดึงรั้งเนื้อเยื่อตลอดเวลา ทำให้เจ็บและเป็นแผลได้ครับ

สายแข็งตัว: สายยางที่ใส่นานเกินไปจะแข็งและกระด้าง ทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อภายในมากขึ้น

ปากและคอแห้ง: การไม่ได้เคี้ยวอาหารทำให้น้ำลายน้อยลง จนเกิดอาการเจ็บแสบในลำคอ


ตารางสรุปความรู้สึก

ประเภทสาย                    ระดับความเจ็บตอนใส่            ระดับความสบายขณะใส่ค้างไว้
ทางจมูก (NG)          ⭐⭐⭐ (เจ็บ/ขย้อน)          ⭐⭐ (รำคาญ/ระคายเคือง)
ทางหน้าท้อง (PEG)   ⭐⭐ (เจ็บแผลผ่าตัดเล็ก)   ⭐⭐⭐⭐⭐ (สบาย/ไม่รู้สึก)

28
การจัดการอุปกรณ์ให้อาหารสายยางและการใช้ชีวิตนอกสถานที่

นอกจากการดูแลเรื่องสารอาหารและความสะอาดแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง จะช่วยให้ทั้งผู้ดูแลและผู้รับอาหารมีคุณภาพชีวิตที่ยืดหยุ่นและมีความสุขมากขึ้นครับ

1. การเลือกไซริงค์และถุงให้อาหาร (Choosing the Right Tools)
การเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพจะช่วยให้ขั้นตอนการให้อาหารราบรื่นและลดการปนเปื้อนได้:

ไซริงค์ให้อาหาร (Feeding Syringe): ควรเลือกขนาดที่จับถนัดมือ (มักเป็นขนาด 50 ซีซี) และมีแถบวัดปริมาณที่ชัดเจนเพื่อความแม่นยำในการตวงอาหารและน้ำ

ถุงให้อาหาร (Feeding Bag): หากใช้วิธีการหยดอาหารแบบต่อเนื่อง ควรเลือกถุงที่วัสดุมีความแข็งแรงและสายยางไม่มีรอยพับหัก เพื่อให้อาหารไหลได้สม่ำเสมอ

การจัดเก็บอุปกรณ์: ควรมีตะกร้าหรือกล่องเก็บอุปกรณ์ที่แยกเป็นสัดส่วนชัดเจนตามสไตล์ Minimal เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้และป้องกันฝุ่นละอองครับ

2. เมื่อต้องเดินทาง: การให้อาหารทางสายยางนอกสถานที่
การมีปัญหาสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่แต่ในบ้านครับ การออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์หรือเดินทางไปพบแพทย์สามารถทำได้ง่ายขึ้นหากเตรียมตัวดี

ชุดเตรียมอาหารพกพา: หากใช้อาหารปั่นผสม ควรเก็บในกระเป๋าเก็บความเย็นพร้อมเจลเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิ แต่ถ้าใช้ อาหารสูตรสำเร็จแบบกล่องหรือขวด จะเพิ่มความสะดวกในการพกพาและลดความกังวลเรื่องการบูดเสียได้มากครับ

อุปกรณ์ทำความสะอาดพกพา: เตรียมน้ำต้มสุกใส่ขวดสะอาด ทิชชู่เปียกสูตรอ่อนโยน และเจลล้างมือติดตัวไว้เสมอ เพื่อรักษามาตรฐานความสะอาดแม้ไม่ได้อยู่ในห้องครัว

เช็กสถานที่: ก่อนเดินทางควรตรวจสอบว่าสถานที่นั้น ๆ มีพื้นที่สำหรับจัดท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนที่เหมาะสมระหว่างให้อาหารหรือไม่

3. การดูแลสายยางให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
การทำความสะอาดผิวหนัง: ควรเช็ดทำความสะอาดผิวหนังรอบ ๆ บริเวณที่สายยางออกมาด้วยน้ำสบู่หรือน้ำเกลืออย่างเบามือ เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการสะสมของคราบไคล

การเปลี่ยนสายตามรอบ: หมั่นสังเกตวันครบกำหนดเปลี่ยนสายยางตามที่คุณหมอนัดหมาย (โดยทั่วไปประมาณ 1-6 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของสาย) เพื่อป้องกันสายรั่วซึมหรืออุดตันจากความเสื่อมสภาพ

4. เติมพลังบวกให้ผู้ดูแล (Caregiver Wellness)
การดูแลคนป่วยเป็นงานที่ต้องใช้พลังกายและใจสูง การบริหารจัดการเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การทำงานฝีมือ DIY หรือการตกแต่งมุมโปรดในบ้าน จะช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้คุณมีพลังใจในการดูแลคนที่คุณรักได้ดีขึ้นในระยะยาวครับ

29
ซอสโบโลเนสไก่ Chicken Bolognese อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสไก่ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 125 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


30
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที
*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  https://shopee.co.th/dseelin_official


หน้า: 1 [2] 3 4 ... 13