ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค 'โควิด 19' ในประเทศไทย ทุกหน่วยงานและทุกกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อป้องกันควบคุมโรค ดูแลรักษาผู้ติดเชื้ออย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ใช้องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ศึกษาวิจัย 'สมุนไพรไทย'เพื่อใช้เป็นยาทางเลือกในการรักษา 'ผู้ป่วยโควิด 19' พบว่า สมุนไพร 'ฟ้าทะลายโจร' มีผลยับยั้งเชื้อไวรัส และมีฤทธิ์ต้านการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส หากนำมาใช้ร่วมรักษากับการแพทย์แผนปัจจุบันในผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีระดับความรุนแรงน้อย (ไม่มีภาวะปอดอักเสบ) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นตามลำดับ และแทบไม่พบผลข้างเคียงอีกด้วย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า มีสมุนไพรอีก 1 ชนิดที่เป็นความหวังในการรักษา 'โควิด 19' ในอนาคตอันใกล้ คือ 'กระชาย' จากงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล (Excellent Center for Drug Discovery : ECDD) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ที่ได้คัดกรองสารสกัดและสารประกอบธรรมชาติจากพืช 'สมุนไพรไทย'ในท้องถิ่น 122 ชนิด พบสารสกัด 6 ชนิด มีศักยภาพยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อโรคไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ที่ปริมาณความเข้มข้นของยาในระดับน้อยๆ และไม่เป็นพิษต่อเซลล์
โดยสารสกัดจาก'กระชาย'มีฤทธิ์แรงที่สุด ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Excellence Center for Thai Herbal Product Innovation: ECTHPIn) ที่จัดตั้งโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, ECDD มหาวิทยาลัยมหิดล, TCELS และสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จะร่วมกันพัฒนาต่อยอดสมุนไพร 'กระชาย'อย่างจริงจัง นำงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับอุตสาหกรรม ยกระดับการตลาดด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีนวัตกรรมด้านคุณภาพ
ย้ำ'ฟ้าทะลายโจร-กระชาย'ทลายโรค ทลายโควิด
จัดกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย เวทีเสวนาวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์แผนไทย กิจกรรมแบ่งฐานให้ความรู้ ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น ฐานการใช้ยา 'ฟ้าทะลายโจร'และ'กระชาย' การทำน้ำตรีผลา ฐานตำรับยาสมุนไพรรักษาอาการไข้ คลินิกตรวจสุขภาพรักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ
การใช้ 'ขิง' อย่างไรให้ช่วยต้านโควิด -19
ส่วน ขิง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านโควิด -19 ได้ โดยขิง อยู่ในรายการยาสมุนไพรในสาธารณสุขมูลฐานและในบัญชียาหลักแห่งชาติอยู่แล้ว ซึ่งตัวยาสำคัญ คือ ผงเหง้าขิง (Zingiber officinale Rosc.) ที่มีน้ำมันหอมระเหยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 2 โดยปริมาณต่อน้ำหนัก (v/w)
การใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ มีดังนี้ หากใช้เพื่อรักษาอาการแน่น จุกเสียด รับประทานวันละ 2 – 4 กรัม ส่วนใช้เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถเมาเรือ รับประทานวันละ 1 – 2 กรัมก่อนเดินทาง 30 นาที – 1 ชม. หรือเมื่อมีอาการ และหากใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังการผ่าตัด ให้รับประทานครั้งละ 1 กรัม ก่อนการผ่าตัด 1 ชม.
ทั้งนี้ สำหรับข้อความควรและอาการไม่พึงประสงค์นั้น
การใช้ยาขิง ควรระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดลิ่ม (anticoagulant)และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
ควรระวังการใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์
ไม่แนะนำให้รับประทานในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวด
ส่วนอาการไม่พึงประสงค์
จะมีอาการแสบร้อน บริเวณทางเดินอาหาร
อาการระคายเคียงบริเวณปากและคอ ต้องหยุดใช้ทันที
อย่างไรก็ตาม การใช้ กระชาย ขิง ควรใช้ในรูปแบบของเครื่องดื่ม หรืออาหาร เป็นหลัก เพราะหากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้
กระชายพลัส: 'ฟ้าทะลายโจร-กระชาย' สมุนไพรไทยสู้ 'โควิด 19' อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://mmed.com/products/