ผ้ากันไฟ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่่างไรผ้ากันไฟแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้:
ผ้าใยแก้ว (Fiberglass Cloth):
คุณสมบัติ: ทนความร้อนได้ปานกลาง (ประมาณ 550 องศาเซลเซียส), ราคาไม่แพง, มีความทนทาน, อาจทำให้เกิดอาการคันระคายเคือง
การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ต้องการป้องกันสะเก็ดไฟและความร้อน, ใช้ในงานเชื่อมโลหะ งานตัดโลหะ และงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน, ใช้เป็นผ้าห่มดับไฟขนาดเล็ก
ผ้าซิลิก้า (Silica Cloth):
คุณสมบัติ: ทนความร้อนได้สูงกว่าผ้าใยแก้ว (ประมาณ 1000 องศาเซลเซียส), มีความแข็งแรงและทนทาน, ไม่ทำให้เกิดอาการคันระคายเคือง
การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษและสัมผัสความร้อนสูง, ใช้ในงานเชื่อมโลหะหนัก งานหลอมโลหะ และงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูง, ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันความร้อนสูง
ผ้าอะรามิด (Aramid Cloth):
คุณสมบัติ: มีความแข็งแรงและทนความร้อนสูง, ทนทานต่อการฉีกขาด, มีน้ำหนักเบา
การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษและน้ำหนักเบา, ใช้ในชุดป้องกันไฟสำหรับนักดับเพลิง และชุดป้องกันความร้อนในอุตสาหกรรม
ผ้าเซรามิก (Ceramic Fiber Cloth):
คุณสมบัติ: ทนความร้อนได้สูงมาก (มากกว่า 1260 องศาเซลเซียส), เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี, มีน้ำหนักเบา
การใช้งาน: ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันความร้อนสูงมาก เช่น เตาเผา และงานหลอมโลหะ, ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในอุปกรณ์ต่างๆ
การเลือกผ้ากันไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน:
พิจารณาประเภทของงาน: เลือกผ้ากันไฟที่ทนความร้อนและป้องกันสะเก็ดไฟได้เหมาะสมกับประเภทของงาน
พิจารณาอุณหภูมิ: เลือกผ้ากันไฟที่ทนความร้อนได้สูงกว่าอุณหภูมิที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
พิจารณาคุณสมบัติเพิ่มเติม: เลือกผ้ากันไฟที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น ความยืดหยุ่น ความทนทานต่อสารเคมี และมาตรฐานรับรอง
พิจารณาแหล่งซื้อ: เลือกซื้อผ้ากันไฟจากร้านค้าหรือผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้